5 วิธีป้องกันอาการเมารถ
อัพเดทล่าสุด: 24 ม.ค. 2026
39 ผู้เข้าชม

1.รับประทานอาหารก่อนออกเดินทาง 1 ชั่วโมง
ก่อนออกเดินทางทุกครั้งอย่าปล่อยให้ท้องว่างเด็ดขาด เพราะเมื่อคุณท้องว่างจะทำให้เมารถได้ง่าย ๆ แนะนำให้ทานอาหารก่อนออกเดินทาง ประมาณ 1 ชั่วโมง และพักประมาณ 45 นาที แล้วค่อยออกเดินทาง ที่สำคัญ ! อย่ารับประทานอาหารที่เป็นกรด หรือเลี่ยงของทอดจะดีที่สุด
2. ทานยาแก้เมารถป้องกันไว้ก่อน
ไอเท็มลับอย่าง “ยาแก้เมารถ” ที่ช่วยกำจัดอาการเมารถอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป แนะนำให้ทานก่อนออกเดินทาง 30 นาที สัก 1 เม็ด โดยตัวยาจะช่วยยับยั้งการเคลื่อนไหวของประสาทรับรู้ให้น้อยลง ไม่ทำให้คุณเสียสมดุลของระบบการทรงตัวมากจนเกินไป
3. งดทำกิจกรรมบนรถ
ไม่ว่าการเดินทางของคุณจะยาวไกล และน่าเบื่อมากแค่ไหนก็ตาม หากคุณเป็นคนที่เมารถง่าย แนะนำให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมบนรถทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นอ่านหนังสือ เล่นเกม เล่นโทรศัพท์ หรืออื่น ๆ เพราะการทำกิจกรรมเหล่านี้ แม้จะช่วยให้คุณหายเบื่อได้บ้าง แต่ก็ทำให้คุณมีอาการเมารถได้เช่นกัน เพราะว่า “การก้มหน้า จะทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองน้อยลง” นอกจากนี้ก็ควรจะทำตัวให้ผ่อนคลายมากที่สุด อย่าได้เครียดหรือกังวลมากจนเกินไปนัก
4. สวมใส่แว่นกันแดด
นอกจากแว่นกันแดดจะช่วยบดบังแสงแดดได้แล้ว แพทย์ผู้เชี่ยวชาญยังยืนยันอีกว่า สามารถช่วยป้องกันอาการเมารถได้ด้วย เนื่องจากแว่นกันแดดจะช่วย “ลดการรับรู้ของประสาทตา” ลดการจับภาพเคลื่อนไหวเร็ว ๆ ระหว่างที่นั่งบนยานพาหนะได้เป็นอย่างดี
5. พยายามนั่งแถวหน้าและหันหน้าไปทางหน้ารถ
เมื่อต้องเดินทางไปตามสถานที่ต่าง ๆ ที่ไม่คุ้นเคย หลายคนมักจะมองไปด้านข้างของตัวรถ เพื่อมองวิวทิวทัศน์ต่าง ๆ ซึ่งการกระทำเช่นนี้ จะทำให้เกิดอาการเมารถได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากประสาทตาจะรับรู้การเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว จนทำงานไม่สอดคล้องกับสมอง แนะนำให้นั่งตัวตรงและมองออกไปทางหน้ารถ ทอดสายตาออกไปให้ไกล ๆ ก็จะช่วยป้องกันการเมารถได้ในระดับหนึ่ง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : www.mrkumka.com
ก่อนออกเดินทางทุกครั้งอย่าปล่อยให้ท้องว่างเด็ดขาด เพราะเมื่อคุณท้องว่างจะทำให้เมารถได้ง่าย ๆ แนะนำให้ทานอาหารก่อนออกเดินทาง ประมาณ 1 ชั่วโมง และพักประมาณ 45 นาที แล้วค่อยออกเดินทาง ที่สำคัญ ! อย่ารับประทานอาหารที่เป็นกรด หรือเลี่ยงของทอดจะดีที่สุด
2. ทานยาแก้เมารถป้องกันไว้ก่อน
ไอเท็มลับอย่าง “ยาแก้เมารถ” ที่ช่วยกำจัดอาการเมารถอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป แนะนำให้ทานก่อนออกเดินทาง 30 นาที สัก 1 เม็ด โดยตัวยาจะช่วยยับยั้งการเคลื่อนไหวของประสาทรับรู้ให้น้อยลง ไม่ทำให้คุณเสียสมดุลของระบบการทรงตัวมากจนเกินไป
3. งดทำกิจกรรมบนรถ
ไม่ว่าการเดินทางของคุณจะยาวไกล และน่าเบื่อมากแค่ไหนก็ตาม หากคุณเป็นคนที่เมารถง่าย แนะนำให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมบนรถทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นอ่านหนังสือ เล่นเกม เล่นโทรศัพท์ หรืออื่น ๆ เพราะการทำกิจกรรมเหล่านี้ แม้จะช่วยให้คุณหายเบื่อได้บ้าง แต่ก็ทำให้คุณมีอาการเมารถได้เช่นกัน เพราะว่า “การก้มหน้า จะทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองน้อยลง” นอกจากนี้ก็ควรจะทำตัวให้ผ่อนคลายมากที่สุด อย่าได้เครียดหรือกังวลมากจนเกินไปนัก
4. สวมใส่แว่นกันแดด
นอกจากแว่นกันแดดจะช่วยบดบังแสงแดดได้แล้ว แพทย์ผู้เชี่ยวชาญยังยืนยันอีกว่า สามารถช่วยป้องกันอาการเมารถได้ด้วย เนื่องจากแว่นกันแดดจะช่วย “ลดการรับรู้ของประสาทตา” ลดการจับภาพเคลื่อนไหวเร็ว ๆ ระหว่างที่นั่งบนยานพาหนะได้เป็นอย่างดี
5. พยายามนั่งแถวหน้าและหันหน้าไปทางหน้ารถ
เมื่อต้องเดินทางไปตามสถานที่ต่าง ๆ ที่ไม่คุ้นเคย หลายคนมักจะมองไปด้านข้างของตัวรถ เพื่อมองวิวทิวทัศน์ต่าง ๆ ซึ่งการกระทำเช่นนี้ จะทำให้เกิดอาการเมารถได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากประสาทตาจะรับรู้การเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว จนทำงานไม่สอดคล้องกับสมอง แนะนำให้นั่งตัวตรงและมองออกไปทางหน้ารถ ทอดสายตาออกไปให้ไกล ๆ ก็จะช่วยป้องกันการเมารถได้ในระดับหนึ่ง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : www.mrkumka.com
เช็คเบี้ย ประกันภัยรถยนต์
- ง่าย สะดวก รวดเร็ว
- ผ่อน 0%
- มีให้เลือกมากกว่า 20 บริษัทประกันภัยชั้นนำ
- เบี้ยถูกใจ เลือกได้ตามที่คุณต้องการ
สนใจประกันหรือสอบถามเบี้ย ได้ที่ INBOX
สอบถามเพิ่มเติม https://lin.ee/xsvLJIQ
#SIA #siainsurancebroker #broker #ประกัน #เช็คเบี้ยออนไลน์
บทความที่เกี่ยวข้อง
รถป้ายแดงคือรถใหม่ป้ายสวยที่หลายคนตื่นเต้นอยากนำมาใช้งานทันที แต่รู้หรือไม่ว่าการใช้รถป้ายแดงมีกฎหมายและข้อจำกัดมากกว่ารถทั่วไป โดยเฉพาะการห้ามขับขี่ในเวลากลางคืน ซึ่งหากฝ่าฝืนอาจมีโทษปรับสูงถึงหลักหมื่นบาท บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักเหตุผลสำคัญว่าทำไม “รถป้ายแดงถึงห้ามใช้ตอนกลางคืน” พร้อมสรุปกฎ ข้อห้าม และข้อควรรู้เกี่ยวกับรถป้ายแดงแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้คุณใช้รถใหม่ได้อย่างถูกกฎหมาย ปลอดภัย และสบายใจตลอดการเดินทาง
การต่อประกันรถยนต์ไม่จำเป็นต้องรอให้ประกันใกล้หมดอายุเสมอไป เพราะการวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้คุณมีเวลาตรวจเช็กความคุ้มครอง เลือกแผนที่เหมาะกับการใช้งาน และไม่ต้องรีบตัดสินใจแบบเร่งด่วน ถ้ากำลังสงสัยว่า “ควรต่อประกันล่วงหน้ากี่วันถึงจะคุ้มที่สุด?” นี่คือข้อควรรู้ประกอบการตัดสินใจ


